ร้านแบตเตอรี่ปากเกร็ด นนทบุรี แบตเตอรี่รถยนต์ ส่งด่วน ส่งฟรีนอกสถานที่

ดูแผนที่คลิ๊กที่นี่

บริการของเรา

 ร้านของเรารับเปลี่ยนแบตเตอรี่รถยนต์คุณภาพในแบรนด์ชั้นนำของเมืองไทย ในเขตนนทบุรี บางใหญ่ บางบัวทอง บางกรวย ปากเกร็ด ไทรน้อย เเละเเถบพื้นที่ใกล้เคียง เราพร้อมให้บริการถึงรถยนต์ของท่าน ติดต่อช่างนัท 080-919-4555

เปลี่ยนเเบตเตอรี่นอกสถานที่
พ้วงเเบตเตอรี่
พื้นที่ให้บริการ
รับประกันสินค้า

ถ้าลูกค้ามีข้อสงสัยสอบถามได้ที่นี่..

ร้านแบตเตอรี่ปากเกร็ด นนทบุรี แบตเตอรี่รถยนต์ ส่งด่วน ส่งฟรีนอกสถานที่
ติดต่อเฟส
ร้านแบตเตอรี่ปากเกร็ด นนทบุรี แบตเตอรี่รถยนต์ ส่งด่วน ส่งฟรีนอกสถานที่

ถ้าลูกค้ามีข้อสงสัยสอบถามได้ที่นี่..

ร้านแบตเตอรี่ปากเกร็ด นนทบุรี แบตเตอรี่รถยนต์ ส่งด่วน ส่งฟรีนอกสถานที่
ร้านแบตเตอรี่ปากเกร็ด นนทบุรี แบตเตอรี่รถยนต์ ส่งด่วน ส่งฟรีนอกสถานที่

เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับเเบตเตอรี่

รวมอาการที่ควรจะเปลี่ยนเเบตเตอรี่

รวมอาการที่ควรเปลี่ยนแบตเตอรี่รถยนต์

1. รถยนต์สตาร์ทติดยาก
อาการที่ผู้ใช้รถสังเกตุได้ง่าย ๆ คือ รถยนต์สตาร์ทติดยากกว่าปกติ เมื่อสตาร์ทเครื่องยนต์เสียงมอเตอร์สตาร์ทจะหมุนช้าเหมือนไม่มีแรง

2. ไฟหน้ารถไม่ค่อยสว่าง
ผู้ใช้รถอาจจะสังเกตได้โดย ลองดูไฟหน้ารถในที่มืด หรือตอนกลางคืนดู ว่าไฟหน้ารถไม่ค่อยสว่างเหมือนปกติรึเปล่า

3. ระบบไฟฟ้าทำงานผิดปกติ
ระบบไฟฟ้าทำงานผิดปกติสามารถสังเกตได้จาก เครื่องเสียง วิทยุ กระจกไฟฟ้า 

4. สีตาแมวเปลี่ยนไป
อีกวิธีที่ผู้ใช้รถสามารถสังเกตได้ว่าควรเปลี่ยนแบตเตอรี่รถยนต์ เมื่อไหร่ คือการดูที่ตาแมวของแบตเตอรี่นั่นเอง 

5. อายุการใช้งานแบตเตอรี่รถยนต์เกิน 18 เดือน
ผู้ใช้รถควรต้องรู้ว่ามีการใช้งานแบตเตอรี่รถยนต์มานานเท่าไหร่แล้ว หากมีการใช้รถยนต์มาสักระยะแล้ว อาจต้องวางแผนสำหรับการเปลี่ยนแบตเตอรี่รถยนต์ได้แล้ว

ร้านแบตเตอรี่ปากเกร็ด นนทบุรี แบตเตอรี่รถยนต์ ส่งด่วน ส่งฟรีนอกสถานที่

 สัญญาณเตือนควรเปลี่ยนไส้กรองรถยนต์

1.เครื่องยนต์อืด เร่งไม่ขึ้น
ไส้กรองอากาศมีหน้าที่กรองฝุ่นละอองและสิ่งสกปรกต่างๆ แน่นอนว่าหากไส้กรองอากาศอุดตันด้วยฝุ่นละออง จะทำให้อากาศไหลผ่านได้น้อยลง ส่งผลทำให้เครื่องยนต์ทำงานได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ เกิดอาการอืด เร่งไม่ขึ้น และอาจมีอาการอื่น ๆ ร่วมด้วย เช่น เครื่องยนต์สั่น มีเสียงผิดปกติ หรือสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงมากขึ้น

2.กลิ่นเหม็นไหม้หรือกลิ่นน้ำมันภายในห้องโดยสาร
ตัวของไส้กรองน้ำมันเชื้อเพลิง จะมีหน้าที่กรองสิ่งสกปรกและน้ำที่อาจปะปนอยู่ในน้ำมันเชื้อเพลิง ก่อนที่จะส่งไปยังเครื่องยนต์ หากไส้กรองน้ำมันเชื้อเพลิงเสื่อมสภาพหรือเกิดการรั่วซึม อาจทำให้น้ำมันเชื้อเพลิงซึมออกมา ส่งผลให้เกิดกลิ่นเหม็นไหม้หรือกลิ่นน้ำมันภายในห้องโดยสารได้

3.แอร์ไม่เย็น หรือมีกลิ่นอับ
สาเหตุยอดฮิตที่พบเห็นกันบ่อยสำหรับ ไส้กรองมีเหตุขัดข้องแล้วส่งผลต่อแอร์ในตัวรถ เนื่องจากไส้กรองแอร์ทำหน้าที่กรองฝุ่นละออง หากไส้กรองแอร์อุดตันด้วยสิ่งสกปรก จะทำให้อากาศไหลผ่านได้น้อยลง ส่งผลให้ประสิทธิภาพการทำความเย็นของแอร์ลดลง 

4.ควันดำออกจากท่อไอเสีย
ควันดำที่พุ่งออกมาจากท่อไอเสียรถยนต์ อาจดูเหมือนเป็นเรื่องเล็กน้อยที่หลายคนมองข้าม แต่จริงๆแล้วมันคือสัญญาณเตือนสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม เพราะมันอาจบ่งบอกถึงปัญหาที่ใหญ่กว่านั้นที่ซ่อนอยู่ภายในเครื่องยนต์ เนื่องจากควันดำนั้นเกิดจากการเผาไหม้ที่ไม่สมบูรณ์ของน้ำมันเชื้อเพลิง

5.เสียงเครื่องยนต์ผิดปกติ
เสียงเครื่องยนต์ที่ผิดปกตินั้นเปรียบเสมือนเสียงกระซิบเตือนจากรถยนต์คู่ใจของคุณ มันอาจเป็นเสียงครางเบา ๆ ของไส้กรองอากาศที่อุดตัน หรือเสียงครืดคราดของไส้กรองน้ำมันเครื่องที่เสื่อมสภาพ เสียงเหล่านี้อาจดูเหมือนเล็กน้อยในตอนแรก แต่หากปล่อยไว้ไม่สนใจ มันอาจกลายเป็นเสียงร้องโหยหวนที่ไม่อาจเพิกเฉยได้อีกต่อไป

ร้านแบตเตอรี่ปากเกร็ด นนทบุรี แบตเตอรี่รถยนต์ ส่งด่วน ส่งฟรีนอกสถานที่

วิธีการดูแลน้ำกลั่นในแบตเตอรี่รถยนต์

1.แบตเตอรี่ชนิดน้ำ

แบตเตอรี่ชนิดนี้สามารถทนอุณหภูมิได้สูงแต่ต้องหมั่นดูแลน้ำกลั่นอย่าให้ระดับน้ำกลั่นต่ำกว่าเส้นบอกระดับล่าง(Lower Level) สำหรับรถที่ใช้งานปกติแนะนำทุกๆ 2,000 – 3,000 กม. หรือ 1 เดือน ควรดูแลน้ำกลั่นแต่ถ้าเป็นรถใช้งานหนัก เช่น รถรับจ้าง แนะนำ 2 สัปดาห์ ควรดูแลน้ำกลั่น การสูญเสียน้ำกลั่นขึ้นอยู่กับสภาพอากาศภายในห้องเครื่องและการใช้รถยนต์

2.แบตเตอรี่ชนิดไฮบริด

แบตเตอรี่ชนิดนี้ สำหรับรถที่ใช้งานปกติควรดูแลน้ำกลั่นทุกๆ 5,000 – 6,000 กม. หรือ 3 เดือน การสูญเสียน้ำกลั่นขึ้นอยู่กับสภาพอากาศในห้องเครื่องและการใช้รถยนต์ควรหมั่นดูแลระดับน้ำกลั่นอยู่เสมอ

3.แบตเตอรี่ชนิดกึ่งแห้ง

แบตเตอรี่ชนิดนี้ ไม่ต้องดูแลมากหรือตลอดอายุการใช้งานแทบไม่ต้องเติมน้ำกลั่นเลยก็ว่าได้ แทบจะจัดว่าเป็นแบตเตอรี่แห้งก็ได้ครับ แต่ด้วยสภาพอากาศในบ้านเราร้อน อาจจะมีการสูญเสียน้ำกลั่นบ้าน ทางร้านแนะนำว่าควรดูแลน้ำกลั่นทุกๆ 10,000 – 12,000 กม. เพื่ออายุการใช้งานของแบตเตอรี่ของลูกค้าจะได้ยาวนานขึ้น

4.แบตเตอรี่ชนิดแห้งSMF 

แบตเตอรี่ชนิดนี้ไม่ต้องดูแลน้ำกลั่นตลอดอายุการใช้งาน บริษัทผู้ผลิตแบตเตอรี่จะออกแบบระบบหมุนเวียนน้ำกลั่นภายในตัวแบตเตอรี่ให้สูญเสียน้ำน้อยที่สุดตลอดอายุการใช้งาน เหมาะกับผู้ที่ไม่มีเวลาดูแลแบตเตอรี่